Movement ปูทาง Stablecoin สู่ระบบการเงินโลก: เมื่อโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินแบบดั้งเดิมเจอทางออกใหม่

(SeaPRwire) –   โดย ดร. อนันต์ ชัยวัฒนา

การประกาศล่าสุดของ Movement ที่ขยายเครือข่ายการชำระเงินแบบมีใบอนุญาต (licensed payment rails) ครอบคลุมสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และแคนาดา ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) อย่างแท้จริง การที่ Movement มุ่งเน้นไปที่การใช้ Stablecoin เพื่อแก้ปัญหาคอขวดของการโอนเงินข้ามพรมแดน โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งยังคงเผชิญกับค่าธรรมเนียมสูงและความล่าช้า เป็นการตอกย้ำว่า Stablecoin ไม่ใช่แค่สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการเก็งกำไรอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการชำระเงินและการออมในระดับโลก การเข้าถึงเครือข่ายการชำระเงินที่มีใบอนุญาตเหล่านี้ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ Movement สามารถเชื่อมโยงโลกการเงินแบบดั้งเดิม (TradFi) เข้ากับระบบการชำระเงินแบบ On-chain ได้อย่างราบรื่นและน่าเชื่อถือ นี่คือการเดินหมากที่ชาญฉลาด ซึ่งจะเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ มหาศาลสำหรับทั้งผู้บริโภคและสถาบันการเงินที่ต้องการประสิทธิภาพและความคุ้มค่าที่เหนือกว่า

Movement ได้ประกาศความสำเร็จในการขยายการเข้าถึงเครือข่ายการชำระเงินที่มีใบอนุญาต (licensed payment rails) ครอบคลุมพื้นที่สำคัญอย่างสหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหภาพยุโรป การขยายตัวครั้งนี้ถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลยุทธ์หลักของบริษัทในการผลักดันการชำระเงินด้วย Stablecoin, การโอนเงินระหว่างประเทศ (remittances) และผลิตภัณฑ์การออมในสกุลเงินดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่ตลาดเกิดใหม่ ซึ่งระบบการชำระเงินแบบดั้งเดิมยังคงสร้างภาระต้นทุนที่สูงและความล่าช้าให้กับผู้ใช้งาน

แผนงานของ Movement คือการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินที่มีใบอนุญาตเข้ากับระบบการชำระเงินแบบ On-chain เพื่อให้การโอนเงินข้ามพรมแดนมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น บริษัทมุ่งเน้นไปที่การให้บริการด้านการโอนเงิน, บริการด้านการบริหารจัดการเงินสด (treasury services) และผลิตภัณฑ์การออมสำหรับตลาดที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง กลยุทธ์นี้เป็นการปรับเปลี่ยนทิศทางจากการเติบโตของเทคโนโลยีบล็อกเชนในวงกว้าง ไปสู่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ใช้งานได้จริง

ข้อมูลจากธนาคารโลกชี้ว่า การโอนเงินไปยังประเทศที่มีรายได้น้อยและปานกลางมีมูลค่าสูงถึง 685 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 แต่ผู้ส่งกลับต้องเผชิญกับค่าธรรมเนียมเฉลี่ยถึง 6.36% ต่อธุรกรรม Movement ต้องการลดต้นทุนเหล่านี้ผ่านการชำระด้วย Stablecoin และเครือข่ายพันธมิตรที่มีใบอนุญาต กรอบการทำงานของบริษัทรองรับผลิตภัณฑ์การชำระเงิน, บัญชีออมทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์ และผลิตภัณฑ์สร้างผลตอบแทน (yield offerings) สำหรับฟินเทคและนีโอแบงก์ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงธนาคารตัวกลาง (correspondent banks) หรือบัญชีที่ต้องสำรองเงินไว้ล่วงหน้าเต็มจำนวน

เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์ใหม่นี้ Movement Network Foundation ได้ดำเนินการซื้อคืนโทเคนประมาณ 19% ที่เคยจัดสรรให้กับผู้สนับสนุน ซึ่งคิดเป็นเกือบ 4.2% ของอุปทานโทเคนทั้งหมด การดำเนินการนี้ถูกเชื่อมโยงกับเป้าหมายระยะยาวของมูลนิธิในการสร้างคุณค่าให้กับผู้ถือโทเคนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงิน แม้ว่าบริษัทจะไม่ได้เปิดเผยชื่อพันธมิตรที่มีใบอนุญาต แต่ยืนยันว่าเครือข่ายที่เข้าถึงได้ครอบคลุมตลาดหลักในอเมริกาเหนือและยุโรป ซึ่งจะช่วยให้พันธมิตรสามารถเชื่อมโยงระหว่างระบบธนาคารและเครือข่ายการชำระเงินแบบบล็อกเชนได้

Movement ได้ขยายกลยุทธ์นี้ผ่านความร่วมมือในระบบนิเวศต่างๆ เช่น KAST ที่มีผู้ใช้งานกว่า 18,000 คนในกว่า 160 ประเทศผ่านผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วย Movement และการเปิดตัว Circle’s USDCx บนเครือข่าย ซึ่งเป็น Stablecoin ที่ได้รับการหนุนหลังด้วย USDC แบบ 1:1

ปัจจุบัน Stablecoin กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การเติบโตในโลกบล็อกเชน Movement ได้เข้าร่วมกับเครือข่ายอื่นๆ เช่น Solana, Polygon และ Aptos ในการส่งเสริมการชำระเงินและโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน ทำให้แพลตฟอร์มบล็อกเชนสามารถแข่งขันกับระบบการชำระเงินและโอนเงินแบบดั้งเดิมได้โดยตรงมากขึ้น

นอกจากนี้ เครือข่ายยังได้เพิ่มพันธมิตรในด้านการออม, การสร้างผลตอบแทน, กระเป๋าเงินดิจิทัล (wallets) และสินทรัพย์จริงที่แปลงเป็นโทเคน (tokenized real-world assets) เช่น Sorted Wallet, Yuzu Money, Oro, Avant Protocol และ Zoth ซึ่งสนับสนุนส่วนต่างๆ ของโครงสร้างพื้นฐานนี้ ครอบคลุมตั้งแต่กระเป๋าเงินบนโทรศัพท์ฟีเจอร์โฟน, ผลตอบแทนสกุลเงินดอลลาร์, การถือครองทองคำ ไปจนถึงผลตอบแทน RWA ระดับสถาบัน

การปรับเปลี่ยนทิศทางของ Movement เกิดขึ้นหลังจากกฎหมาย GENIUS Act ในสหรัฐอเมริกาได้สร้างกรอบกฎหมายที่ชัดเจนขึ้นสำหรับ Stablecoin ที่ใช้ในการชำระเงิน ซึ่งเพิ่มการให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ Stablecoin ที่เป็นไปตามกฎระเบียบและเครื่องมือทางการเงินที่ได้รับการหนุนหลังด้วยสินทรัพย์สำรอง ส่งผลให้ Movement สามารถวางตำแหน่งเครือข่ายการชำระเงินของตนให้เป็นสะพานเชื่อมระหว่างระบบการเงินที่มีการกำกับดูแล (regulated finance) และการชำระเงินแบบ On-chain ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การวิเคราะห์อุตสาหกรรมและแนวโน้มในอนาคต

การขยายตัวของ Movement ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเพิ่มขีดความสามารถทางเทคนิค แต่เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงการบรรจบกันของโลกการเงินแบบดั้งเดิม (TradFi) และโลกการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) ที่กำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ การที่บริษัทสามารถเข้าถึง “licensed payment rails” ในตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ, EU และแคนาดาได้นั้น เป็นการแก้ปัญหาใหญ่ที่หลายแพลตฟอร์มบล็อกเชนเผชิญมาตลอด นั่นคือการขาดความน่าเชื่อถือและช่องทางที่ถูกกฎหมายในการเชื่อมต่อกับระบบการเงินกระแสหลัก

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การมุ่งเน้นไปที่ “remittances” และ “dollar savings” เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เพราะเป็นตลาดที่มีความต้องการสูงและมีปัญหาที่ชัดเจน การลดค่าธรรมเนียมและเพิ่มความเร็วในการโอนเงินข้ามพรมแดน โดยเฉพาะไปยังตลาดเกิดใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากระบบเดิมมากที่สุด จะสร้างการยอมรับและฐานผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว การที่ Movement สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถแข่งขันกับผู้ให้บริการโอนเงินแบบดั้งเดิมได้โดยตรง ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าและประสิทธิภาพที่สูงกว่า จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค

การซื้อคืนโทเคนก็เป็นอีกจุดที่น่าสนใจ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Movement ที่จะสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือโทเคนในระยะยาว แทนที่จะเน้นการระดมทุนระยะสั้น การดำเนินการนี้อาจเป็นการส่งสัญญาณว่าบริษัทมีความมั่นใจในโมเดลธุรกิจและศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพของราคาโทเคนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

แนวโน้มในอนาคตชี้ให้เห็นว่า Stablecoin จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่สำหรับการเก็งกำไรหรือการซื้อขาย แต่สำหรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน การที่ Movement สามารถสร้างสะพานเชื่อมระหว่างระบบการเงินที่มีการกำกับดูแลและระบบ On-chain ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้บริษัทมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการนำ Stablecoin มาใช้ในวงกว้าง การแข่งขันในตลาดนี้จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น โดยแพลตฟอร์มที่สามารถนำเสนอโซลูชันที่ครบวงจร, ปลอดภัย, เป็นไปตามกฎระเบียบ และใช้งานง่าย จะเป็นผู้ชนะในระยะยาว

นอกจากนี้ การเติบโตของสินทรัพย์จริงที่แปลงเป็นโทเคน (RWA) และผลิตภัณฑ์สร้างผลตอบแทน (yield) ที่ Movement ได้เข้าไปมีส่วนร่วม ก็เป็นอีกทิศทางที่น่าจับตามอง การผสมผสานระหว่าง Stablecoin กับสินทรัพย์ที่จับต้องได้ จะเปิดโอกาสใหม่ๆ ในการลงทุนและการบริหารความมั่งคั่ง ซึ่งอาจนำไปสู่การปฏิวัติระบบการเงินแบบดั้งเดิมในอนาคตอันใกล้

บทความนี้ให้บริการโดยผู้ให้บริการเนื้อหาภายนอก SeaPRwire (https://www.seaprwire.com/) ไม่ได้ให้การรับประกันหรือแถลงการณ์ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

หมวดหมู่: ข่าวสําคัญ ข่าวประจําวัน

SeaPRwire จัดส่งข่าวประชาสัมพันธ์สดให้กับบริษัทและสถาบัน โดยมียอดการเข้าถึงสื่อกว่า 6,500 แห่ง 86,000 บรรณาธิการและนักข่าว และเดสก์ท็อปอาชีพ 3.5 ล้านเครื่องทั่ว 90 ประเทศ SeaPRwire รองรับการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์เป็นภาษาอังกฤษ เกาหลี ญี่ปุ่น อาหรับ จีนตัวย่อ จีนตัวเต็ม เวียดนาม ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เยอรมัน รัสเซีย ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส และภาษาอื่นๆ